กลับมา "ทำที่บ้าน" เป็นยังไง มาเล่าให้ฟัง

การกลับไปเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่ทางออกแล้วทายาทควรทำอย่างไร

การกลับไปเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่ทางออกแล้วทายาทควรทำอย่างไร

ปัญหาโลกแตกของคนที่กลับมาทำธุรกิจที่บ้านหรือเพิ่งเริ่มกลับมาทำ ผมเชื่อเลยว่าสิ่งที่ทุกคนต้องเจอแน่ๆเลยคือ #ทะเลาะกับพ่อแม่

เพราะส่วนใหญ่ธุรกิจครอบครัว มักจะเป็นธุรกิจที่มีโครงสร้าง มียอดขาย มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหาด่วนในเรื่องอื่นมากนัก

คนรุ่นใหม่อย่างเรา ที่เต็มไปด้วยไฟมักจะเห็นสิ่งที่มันไม่ถูกต้องอยู่แล้ว อยากจะปรับตรงนั้น อยากจะแก้ตรงนี้ และเมื่อนำไปเสนอก็โดนแย้งเสมอ

ลามไปถึงการทะเลาะกันในครอบครัว จนเรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง
– ทำไมไม่ฟังเราบ้าง
– จะให้เรากลับมาช่วยทำไม
– เราคิดถูกหรือเปล่าที่กลับมาช่วย
– ออกไปทำธุรกิจของตัวเองดีไห
– กลับไปทำงานประจำต่อดีกว่า

ธุรกิจครอบครัวนั้นยากกว่าธุรกิจส่วนตัวตรงเพราะมักจะมีเรื่องความสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง


ธุรกิจส่วนตัวถ้าเราทะเลาะกับผู้จัดการ เราต่อว่า ทำโทษหรือไปถึงขั้นการไล่ออกได้ แต่กับธุรกิจครอบครัวเราไม่สามารถทำแบบนี้ได้เลย

วันนี้เลยมีแนวทางสำหรับคนที่กำลังสู้รบกับเรื่องแบบนี้อยู่ ซึ่งผมลองใช้แนวค่อนข้างเวิร์คมาก
.
.

1. ต้องทำ Small Success ให้เค้าเห็น
.
วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดแล้วในมุมมองของผม โดยวิธีการคือเมื่อกลับมาช่วยงานให้ลองทำงานด้วยวิธีการแบบเดิมที่ที่บ้านทำอยู่ อย่าเพิ่งตั้งคำถาม อย่าเพิ่งไม่เห็นด้วยกับวิธีการ อย่าเพิ่งปรับเปลี่ยนอะไรในการทำงาน
.
มองกลับในมุมของผู้ใหญ่ เหมือนกันว่าเค้าทำแบบนี้มาเป็น 10 ปี
แล้วเราเพิ่งกลับมาช่วยไม่นาน จะเปลี่ยนสิ่งที่เค้าทำมาตลอด 10 ปี มันก็ไม่แฟร์กับเค้าเหมือนกัน
.
ให้ทำไปเรื่อยๆ จนเค้าไว้เนื้อเชื่อใจเรา
มอบหมายงานในส่วนนี้ให้เรา
เราค่อยนำไปปรับงานให้เป็นตามแบบที่เราต้องการ
หลังจากนั้นลองทำแบบนี้ซ้ำๆไปเรื่อยๆ
.
รับงานใหม่ – ทำแบบเดิม – ไว้ใจมอบหมายให้เรา-ปรับแบบที่ต้องการ
.
ผ่านไปสัก 1 ปี ธุรกิจจะเป็นแบบที่คุณต้องการเลย
#ใช้เวลาช้าหน่อยแต่ความสัมพันธ์ไม่เสียหาย
.
.
2. เมื่อทะเลาะกันอย่าใช้เหตุผลก่อน
.
ใช่ครับคุณอ่านไม่ผิด สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดของธุรกิจครอบครัวคือ
ความคิดที่ไม่เหมือนกันของแต่ละ Generation
มันไม่ใช่ว่าใครไม่มีเหตุผล แต่มันเป็นเหตุผลคนละมุมมอง

 

ดังนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาคือการใส่เหตุผลเถียงกันไป เถียงกันมา ซึ่งมันไม่มีใครผิด แต่สุดท้ายสิ่งที่เสียคือความสัมพันธ์ในครอบครัว

 

ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดคือ อย่าเพิ่งใช้เหตุผลแต่ให้รองรับอารมณ์ก่อน ทำอารมณ์ที่คคุกรุ่นให้เย็นลงก่อน แล้วจึงค่อยคุยด้วยเหตุผล วิธีนี้จะทำให้ผู้ใหญ่รับฟังเรามากยิ่งขึ้น
.
.
3. เค้า Value อะไร ก็ทำสิ่งนั้นให้เค้าเห็น
.
ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้ใหญ่ยอมรับคือการพิสูจน์ตัวเอง อันนี้เป็นเทคนิคที่ผมได้มาจาก คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของบริษัท ศรีจันทร์ สหโอสถ
.
เค้าแนะนำได้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อตอนแรกที่เค้ากลับมาช่วยธุรกิจของอากง เค้ามองหาสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ ซึ่งก็คือ ความขยันความอดทนทำงานหนัก
.
ซึ่งแน่นอนคนรุ่นใหม่ แบบเรามักไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวทางแบบนี้อยุ่แล้ว เราอาจจะชอบไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ หรือทำงานอยู่ที่บ้าน ซึ่งสิ่งที่คุณรวิศทำนั้นน่าสนใจมาก
.
เค้ามาทำงานเป็นคนแรกของบริษัท และกลับเป็นคนสุดท้าย จนผ่านไป สักระยะ ผู้ใหญ่เค้าเห็นจนเค้าได้รับความยอมรับ และสามารถปรับรูปแบบการทำงานในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ ซึ่งเค้าบอกให้ฟังภายหลังด้วยว่าบางครั้งเค้าไม่ได้นั่งทำงานด้วยซ้ำ แต่เค้านั่งเล่นเกมส์
.
ผู้ใหญ่เค้า Value กับความขยันนิ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของงาน
.
ลองไปหานะครับว่าพ่อแม่ของคุณเค้า Value เรื่องอะไร

 

ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงษ์

ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงษ์